- 5 สิงหาคม 2022
- ประกันภัยรถยนต์, ความรู้ประกันภัย
- 6202 Views
บ้านประกันภัย.com
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง คืออะไรมาทำความเข้าใจกันเลยค่ะ
การ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Maine Insurance) หมายถึง การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือ และสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล และยังขยายขอบเขตความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางบก ซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วยค่ะ การซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศใช้วิธีการขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางทะเลขนส่งสินค้าได้จำนวนมากและมีต้นทุนถูกกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ แต่เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางทะเลมีความเสี่ยงต่อภัยที่อาจเกิดขึ้นทั้งจากภัยธรรมชาติและจากการจี้ปล้น ดังนั้น บริษัทประกันภัยจึงจัดให้มีการรับ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองจากการเสี่ยงภัยค่ะ
สารบัญ
ประเภทของการ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง แบ่งได้ 2 ประเภทดังนี้ค่ะ
ประเภทที่ 1 การประกันภัยตัวเรือ (Hull Insurance) คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ของเรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ภัยจากลมพายุเรือเกยตื้น เรือชนหินโสโครก เรือโดนกัน(ชนกัน) เป็นต้น และยังหมายความรวมไปถึงการประกันค่าระวางด้วย
โดยทั่วไปอาจแบ่ง เรือ ได้ 2 ประเภท คือ
- ประเภทไม่มีเครื่องจักร เช่น เรือฉลอม เรือพาย เรือลำเลียง เรือโป๊ะ เรือบด เป็นต้น
- เรือประเภทที่มีเครื่องจักร เช่น เรือประมง เรือลากจูง และเรือที่ใช้กำลังขับเคลื่อนเอง
การประกันภัยตัวเรือและเครื่องจักร ครอบคลุมถึงโครงสร้างของเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรือ แต่จะไม่คุ้มครองสินค้าที่อยู่บนเรือ หรือทรัพย์สินส่วนตัวของผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่และลูกเรือ
การประกันภัยตัวเรือและเครื่องจักรจะกำหนดระยะเวลาเอาประกันได้ 2 แบบ คือ
- การประกันภัยแบบกำหนดระยะเวลา โดยเริ่มจากเวลาใดเวลากนึ่งตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- การประกันภัยแบบกำหนดเป็นรายเที่ยว หรือเฉพาะเที่ยวเดินทางเฉพาะ
บุคคลผู้มีสิทธิหรือมีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจจะเอาประกันภัยทางทะเลได้ ผู้ที่จะเอาประกันภัยได้ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย เช่น เจ้าของเรือ, เจ้าของสินค้าหรือผู้รับขนส่ง เป็นต้น ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าขณะเกิดความเสียหาย ผู้นั้นย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับตนเองได้
ประเภทที่ 2 การประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) หมายถึง การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อตัวสินค้าและพัสดุไปรษณีย์ที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล ทางบก หรือทางอากาศ ภัยที่ได้รับการคุ้มครองที่เกิด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยเลือก ตกลงที่จะซื้อความคุ้มครองไว้
บริษัทประกันภัยเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อขายระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ขายสินาว่าจะได้รับเงินค่าขายสินค้าเป็นจำนวนเงินที่ครบถ้วนเต็มตามราคาของสินค้าแม้ว่าสินค้าจะประสบภัยธรรมชาติหรืออุบัติเหตุระหว่างการขนส่งทำให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายต่อสินค้าก็ตาม
ขั้นตอนการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
- ผู้ขายสินค้าขอให้ผู้ซื้อสินค้าจัดทำตั๋วแลกเงินหรือดราฟท์ (Bll of Exchange) เพื่อขอให้ธนาคารสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า ซึ่งอาจจะเป็นการจ่ายเงินโดยทันที หรือในกำหนดระยะเวลาหนึ่งที่ใต้ตกลงกันไว้ นับแต่วันที่ได้รับเอกสารการส่งสินค้าที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า
- ผู้ซื้อสินค้าขอเปิด Letter of Credit (LC) กับธนาคารในประเทศ เพื่อขอให้ธนาคารนั้นออก Letter of Credit ไปยังธนาคารในประเทศของผู้ขายสินค้า เพื่อเตรียมทำการจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินเมื่อผู้ขายสินค้าดำเนินการส่งสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- ผู้ขายสินค้าจัดทำประกันภัยทางทะเล เพื่อให้สินค้านั้นได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย
- บริษัทประกันภัยออกกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเล (Marine Insurance Policy)ให้กับผู้ขายสินค้า
- ผู้ขายสินค้าจัดทำใบกำกับสินค้าขาออก (Export Invoice) แสดงรายละเอียดของสินค้า จำนวน และราคาสินค้าที่ซื้อขาย
- ผู้ขายสินค้าจัดส่งสินค้าไปยังบริษัทเรือที่รับทำการขนส่ง
- บริษัทเรือผู้รับทำการขนส่งออกใบตราส่ง (Bill of Lading) แสดงรายละเอียดการรับส่งสินค้าระหว่างบริษัทเรือผู้รับทำการขนส่งสินค้าและผู้ชายสินค้าว่าสินค้าได้ลงเรือชื่ออะไรออกจากเมืองท่าตันทางในวันใด และคาดว่าจะถึงเมืองท่าปลายทางในวันใด ส่งให้กับผู้ขายสินค้า
- ผู้ขายสินค้านำเอกสารประกอบด้วย ตั๋วแลกเงินหรือดราฟท์ ใบกำกับสินค้าขาออกกรมธรรม์ประกันภัย และใบตราส่งไปติดต่อธนาคารในประเทศของตนเพื่อขอรับค่าขายสินค้าตามที่ผู้ซื้อสินค้าได้เปิด Letter of Credit ไว้ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ผู้ซื้อสินค้าได้รับสินค้าก่อนการกำหนด
การ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง จะให้ความคุ้มครองภัยดังต่อไปนี้
- ภัยทางทะเล (Peril of the sea) หมายถึง ความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุอันคาดไม่ถึง ที่เกิดจากภาวะผิดปกติของสมและคลื่นในทะเล อันได้แก่ ภัยจากพายุ มรสุม เรือจม เรือชนกัน และเรือเกยตื้น
2.อัคคีภัย (Fire) หมายถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดเพราะไฟไหม้ ความเสียหายเนื่องจากควันและน้ำที่ใช้ดับไฟ แต่ต้องไม่เกิดจากความประพฤติผิดของผู้เอาประกันภัยเอง ต้องไม่เกิดจากการลุกใหม่ขึ้นมาเองของสินค้าอันเนื่องมาจากธรรมชาติ หรือความบกพร่องภายในตัวสินค้า
- การระเบิด (Explosions)หมายถึงความเสียหายที่เกิดจากการระเบิด
- การทิ้งทะเล (Jettisons) หมายถึง การเอาของทิ้งทะเลเพื่อให้เรือเบาลง หรือบรรเทาภาวะฉุกเฉิน จะกระทำต่อเมื่อเกิดความจำเป็นจริงๆ และกระทำโดยคำสั่งของผู้มีอำนาจในเรือเท่านั้น
- โจรกรรม (Thieves)หมายถึง การโจรกรรมอย่างรุนแรงโดยการใช้กำลังเพื่อช่วงชิงทรัพย์ โดยจะต้องมีการโจมตีและมีการใช้กำลังบุกเข้ามา จึงจะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้น จึงไม่รวมความคุ้มครองการลักเล็กขโมยน้อย
- การกระทำโดยทุจริตของคนเรือ (Barratry) หมายถึง การกระทำโดยมิชอบของคนเรือโดยเจตนากลั่นแกล้งทุจริต ตั้งแต่นายเรือจนกระทั่งถึงลูกเรือในอันที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและการกระทำนั้นต้องปราศจากการรู้เห็นเป็นใจ ของเจ้าของทรัพย์
ความคุ้มครองของการ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง สามารถจำแนกได้เป็น 2ประเภท ได้แก่
- แบบ S.G. Form
2. แบบ MAR Form
1. ความคุ้มครองแบบ S.G. Form เป็นความคุ้มครองการประกันภัยทางทะเลแบบเดิม มีอยู่ 3 แบบ ดังนี้
1.1 แบบเงื่อนไข F.P.A (Free of Particular Average)การประกันภัยตามเงื่อนไขนี้ให้ความคุ้มครองแคบที่สุด โดยบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะเมื่อสินค้าได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) เท่านั้น ถ้าสินค้าได้รับความเสียหายเพียงบางส่วน (Partial Loss) จะไม่ได้รับการคุ้มครอง
1.2 แบบเงื่อนไข W.A (With Average) การประกันภัยตามเงื่อนไขนี้ให้ความคุ้มครองความเสียหายโดยสิ้นเชิง และความเสียหายบางส่วนด้วย แต่ความเสียหายบางส่วนนี้จะต้องไม่ต่ำกว่า 3% ของมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัย
1.3 แบบเงื่อนไข All Risks เป็นเงื่อนไขความคุ้มครองที่กว้างที่สุด คุ้มครองความเสียหายทั้งความเสียหายสิ้นเชิง และความเสียหายบางส่วน โดยไม่จำกัดเปอร์เซ็นต์ความสูญเสีย แต่เงื่อนไขความคุ้มครองแบบนี้ จำกัดความเสียหายทางกายภาพต่อสินค้าเท่านั้น และสาเหตุต้องมาจากเหตุการณ์ภายนอก ความเสียหายที่เกิดจากลักษณะอันเป็นการเสื่อมสภาพของตัวสินค้าเอง จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
2. แบบ MAR Form
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในวงการธุรกิจที่เกี่ยวซ้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ธนาคาร หรือ ตัวแทนการประกันภัยทางทะเลและการขนส่ง มีความคุ้มครอง 3 ประเภท ดังนี้
1. Institute Cargo Clauses ‘C’ หรือ ICC(C) ใช้แทนเชื่อนไขเดิม F.P.A.ICC(C) ให้ความคุ้มครองการเสี่ยงภัยต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัย อันเกิดจากเพลิงไหม้ ระเบิด เรือเกยตื้น จมหรือล่ม ยานพาหนะทางบกพลิกคว่ำ หรือตกจากราง เรือหรือยานพาหนะชนหรือโดนกับวัตถุอื่นใด การขนส่งสินค้าลงจากเรือ ณ ท่าหลบภัย ความเสียหายที่เกิดกับส่วนรวม (General Average) และสินค้าถูกโยนทิ้งทะเล (Jettison) ทั้งนี้ ไม่ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นบางส่วนหรือสิ้นเชิง
2. Institute Cargo Clauses ‘B’ หรือ ICC(B) ใช้แทนเงื่อนไขเดิม W.AICC(B) ให้ความคุ้มครองการเสี่ยงภัยต่อความสูญเสียหรือความเสียหายเหมือน ICC(C)และเพิ่มความคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดฟ้าผ่า สินค้าถูกน้ำทะเลชัดตกเรือไป น้ำจากแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือน้ำรั่วไหลเข้ามาในเรือ ในสิ้นเชิงเพราะตกจากเรือ หรือเกิดจากการขนขึ้นหรือขนลงจากเรือหรือยานพาหนะ
3. Institute Cargo Clauses ‘A’ หรือ ICC(A) ใช้แทนเงื่อนไขเติม AI RisksICC(A) ให้ความคุ้มครองการเสี่ยงภัยทุกชนิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัย ยกเว้นที่ระบุไว้ในข้อยกเว้น เงื่อนไขความคุ้มครองแบบ ICC(A)นี้จะให้ความคุ้มครองสูงสุด โดยจะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ความเสียหายเกิดจากการกระทำโดยทุจริตของนายเรือ ลูกเรือ หรือแม้แต่เจ้าของเรือ หากผู้เอาประกันภัยไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการทุจริตนั้น รวมทั้งให้ความคุ้มครองในกรณีที่เรือซึ่งใช้ในขนส่งสินคำไม่มีความพร้อมในการเดินทะเล (Unseaworthiness)หากผู้เอาประกันภัยชั่งเป็นเจ้าของสินค้าไม่ทราบถึงความไม่พร้อมในการเดินทะเลดังกล่าว
- วิธีการทำประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลล่วงหน้า
ผู้สั่งสินค้าส่วนใหญ่จึงนิยมที่จะทำการประกันภัยทางทะเลและการขนส่งล่วงหน้า โดยใช้วิธีการที่เรียกว่าหนังสือคุ้มครองชั่วคราว(Cover Note) และหนังสือคุ้มครองเปิด (Open Cover)
- หนังสือคุ้มครองชั่วคราว (Cover Note)บริษัทรับประกันภัยจะทำการออกสัญญาการประกันภัยล่วงหน้าที่เรียกว่าหนังสือคุ้มครองชั่วคราว(CoverNote)ให้กับผู้เอาประกันภัยเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าบริษัทรับประกันภัยและให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายให้กับสินค้าตามรายการและจำนวนเงินที่ระบุไว้ในหนังสือคุ้มครองชั่วคราว (Cover Note)ต่อมาเมื่อผู้เอาประกันภัยทราบจำนวนหีบห่อ ชื่อเรือ และวันที่สินค้าลงเรือจากผู้ขายสินค้าแล้วงแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบเพื่อทำการออกกรมธรรม์ประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยเก็บไว้เป็นหลักฐานในการเรียกร้องค่าสินไหม
- หนังสือคุ้มครองเปิด (Open Cover)ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยทำการสั่งสินค้าเตือนละหลายครั้งทำให้การติดต่อทำประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลด้วยสัญญาประกันภัยแบบหนังสือคุ้มครองชั่วคราว (CoverNote) ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรเพราะจะต้องทำการแจ้งบริษัทประกันภัยทราบทุกครั้งที่มีการสั่งสินค้าและอาจเกิดการหลงลืมแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบด้วยเหตุนี้ บริษัทประกันภัยจึงได้ทำการออกสัญญาประกันภัยระยะยาวที่ครอบคลุมการให้ความคุ้มครองโดยอัตโนมัติสำหรับสินค้าทุก ๆ เที่ยวที่นำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อยกเว้นที่ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง I.C.C. A,B,C ไม่คุ้มครอง
สามารถจำแนกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้
- ข้อยกเว้นทั่วไป
- ความเสียหายใดๆ จากการกระทำโดยมิชอบของผู้เอาประกันภัย (Wilful Misconduct of the Assured)
- การรั่วซึมปกติ ปริมาณหรือน้ำหนักขาดหายไปโดยปกติ หรือการสึกหรอหรือสึกกร่อนตามปกติของวัตถุแห่งการประกันภัย เช่น น้ำมันดิบจะต้องมีปริมาหรือน้ำหนักขาดหายไปในระหว่างการขนส่ง ปริมาณที่ขาดหาย 0.5% ถือว่าเป็นการขาดหายตามปกติ
- ความสูญเสีย เสียหาย หรือค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจากการบรรจุหีบห่อ หรือการจัดเตรียมวัตถุแห่งการประกันภัยที่ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม (Insuficient Packing)
- ความสูญเสีย เสียหาย หรือค่าใช้จ่าย อันมีสาเหตุจากข้อเสียในตัวเองหรือลักษณะอันเป็นธรรมชาติของวัตถุแห่งการประกันภัยเอง (Inherent Vice) เช่น ผลไม้เน่าเสีย ความสูญเสียใด ๆ อันมีสาเหตุใกล้ชิดจากการล่าช้า (Delay ถึงแม้ว่าการล่าช้านั้นจะเกิดจากภัยที่คุ้มครองก็ตาม
- ความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการล้มละลาย การไม่สามารถชำระหนี้ของเจ้าของเรือหรือผู้เช่าเหมาเรือ หรือผู้ดำเนินการเดินเรือ
- การทำความเสียหายโดยเจตนา หรือการทำลายโดยเจตนาต่อวัตถุแห่งการประกันภัย โดยการกระทำอันผิดกฎหมายของบุคคลใดก็ตาม (มีเฉพาะในเงื่อนไข ICC(B) และ ICC(C) แต่ใน ICC(A) ไม่ได้ระบุข้อยกเว้นนี้)
- ความเสียหายใด ๆ จากการใช้อาวุธสงครามที่เกี่ยวช้องกับการแตกประจุของอะตอมนิวเคลียร์ หรือกัมมันตภาพรังสี
- ข้อยกเว้นความไม่สมบูรณ์และความไม่พร้อมออกเดินทะเล (Unseaworthiness or Unfitness)บริษัทประกันภัยจะไม่ชดใช้ความเสียหายเมื่อเรือ ยานพาหนะ หรือแม้แต่ผู้สำเสียงก็ตาม มีสภาพไม่พร้อมสมบูรณ์จะใช้ดินทะเล หรือใช้บรรทุกสำเลียงสินค้า ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าผู้เอาประกันภัยหรือตัวแทนของผู้เอาประกันภัยมีส่วนรู้เห็นด้วยเท่านั้น (หากมีการแจ้งต่อผู้เอาประกันในกรณีเปลี่ยนเส้นทาง และตกลงการจ่ายเบี้ยเพิ่มก็จะได้รับความคุ้มครอง
- ข้อยกเว้นสงคราม
- สงคราม สงครามกลางเมือง กบฏ ปฏิวัติ การลุกฮือของฝูงชน
- การกระทำที่มุ่งเป็นปฏิปักษ์หรือต่อต้าน การเป็นปฏิปักษ์ของชาติศัตรูการยึด จับกุม หน่วงเหนี่ยว กักกัน
- ทุ่นระเบิด ตอร์ปีโด ลูกระเบิด หรืออาวุธสงครามที่พัดหลง
- ข้อยกเว้นการหยุดงาน
- ไม่คุ้มครองความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากหรือมีผลมาจากผู้นัดหยุดงาน คนงานที่ถูกปิดงาน หรือผู้ที่ร่วมในการก่อความวุ่นวายทางแรงงาน จลาจล วุ่นวายของฝูงชน
- เกิดจากผู้ก่อการร้าย หรือบุคคลใดที่กระทำการโดยมีจุดมุ่งหมายทางการเมือง (ภัยที่ยกเว้นประเภทสงครามและการนัดหยุดงาน หรือจลาจลสามารถขอซื้อขยายความคุ้มครองได้แต่เฉพาะประเภทภัยสงครามนั้น ความคุ้มครองจะมีผลบังคับในขณะที่สินค้าอยู่ในยานพาหนะบนน้ำเท่านั้น ถ้าขึ้นบกแล้วความคุ้มครองภัยสงครามจะระงับไปในทันที เมื่อกลับไปอยู่บนเรือแล้วก็จะเริ่มความคุ้มครองอีกครั้งหนึ่ง)อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขข้อยกเว้นความคุ้มครองเรื่องสงครามและการหยุดงานนั้น ผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อความคุ้มครองดังกล่าวเพิ่มได้ ตามเงื่อนไขที่เรียกว่า Institute War Clauses (Cargo) และ Institute Strikes Clauses (Cargo) แต่เงื่อนไขข้อยกเว้นความคุ้มครองทั่วไปและเรื่องความไม่สมบูรณ์และความไม่พร้อมออกเดินทะเล (Unseaworthiness or Unfiness)ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถซื้อเพิ่มได้
ประเภทของความเสียหาย
- Salvage Charges (ค่ากู้, การกู้, ซากทรัพย์)
– การกู้ภัยกลางทะเล เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ได้รับการชดใช้ตาม GA
– ผู้เอาประกันภัยสามารถนำซากทรัพย์ที่เสียหายไปทำลายได้ หากมีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หรือถ้าผู้เอาประกันภัยตกลงให้ผู้รับประกันภัยหักมูลค่าซากทรัพย์ หรือตกลงซื้อขายทรัพย์นั้นจากผู้รับประกันภัย
- Particular Average (ความเสียหายเฉพาะ)
– ความเสียหายซึ่งมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุโดยตรงและมีผลเฉพาะเจ้าของทรัพย์สินที่เสียหาย ไม่ใช่การกระทำจงใจ และเจ้าของทรัพย์สินคนอื่น
- Average (ความเสียหายร่วม)
ความเสียหายอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจและชอบด้วยเหตุผล ในสภาวะที่เกิดภัย เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของส่วนรวม ซึ่งเจ้าของทรัพย์สินทุกฝ่ายทั้งหมดต้องร่วมกันรับผิดชอบรวมทั้งเจ้าของเรือด้วย เช่น โยนสินค้าทิ้งทะเลขณะเรือเกยตื้น. การตัดซ่อมและสมอเรือเพื่อหลีกเลี่ยง อันตราย, ค่าธรรมเนียมท่าเรือหลบภัยเมื่อเครื่องยนต์เสีย
- Partial Loss (ความเสียหายบางส่วน)
- Total LOss (ความเสียหายสิ้นเชิง)
- Actual Total Loss (ความเสียหายสิ้นเชิงแท้จริง)
- Constructive Total Loss (ความเสียหายที่เสมือนสิ้นเชิง) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสินค้า และค่าขนส่งไปยังปลายทางเกินกว่ามูลค่าสินค้าเมื่อถึงปลายทางหรือราคาสินค้า ไม่ใช่สินค้าหมดสภาพ หรือ สินค้าตกทะเล หรือ ถูกไฟไหม้
กรณีประกันตัวเรือ โดยต้องแจ้งผู้รับประกันทราบในบันทึกการสละทิ้ง (Notice of abandonment) ไม่ใช่เรียกร้องความเสียหาย ประมูล หรือสละสิทธิ์เรียกร้องผู้ทำละเมิด
การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีดังต่อไปนี้
- กรมธรรม์ประกันภัยตันฉบับ หรือใบรับรองการทำประกันภัยตัวจริง
- ใบอินวอยซ์ตัวจริงหรือสำเนา พร้อมทั้งใบแสดงปริมาณหรือคุณภาพเฉพาะของสินค้า
- ใบตราส่ง (Bill of Lading)
- ใบรายงานการสำรวจความเสียหาย หรือเอกสารอื่นที่แสดงจำนวนความเสียหายหรือความสูญหาย (Wharf Survey Note)
- เอกสารแสดงการตรวจสอบปริมาณและน้ำหนัก ณ จุดหมายปลายทาง
- สำเนาหนังสือโต้ตอบระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทผู้รับขนสินค้าหรือฝ่ายอื่นๆเกี่ยวกับการเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น
- หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อบริษัทประกันภัยภายใต้ขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ (Claim Bill)
หน้าที่ผู้เอาประกันภัย ขณะเกิด Loss
ㆍ พิสูจน์ว่า Claim นั้น กรมธรรม์คุ้มครอง
ㆍเรียกร้องทั้งผู้รับขนส่ง (เพื่อรักษาสิทธิ์แทนผู้รับประกันภัย) และบริษัทประกัน
ㆍสาระสำคัญเปลี่ยนแปลง ต้องรีบแจ้งบริษัทประกันภัยให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ใช่ การยินยอม ให้ผู้รับขนส่งได้รับผลประโยชน์ เพราะผู้รับขนส่ง ไม่อาจหลุดพ้นความรับผิดจากสัญญาการจ้างบรรทุกสินค้า
ㆍการจัดหาผู้สำรวจภัยเมื่อเกิดความเสียหาย เป็นหน้าที่ของผู้รับประกันภัย ไม่ใช่ของผู้เอาประกันภัย
สำหรับท่านที่ต้องการ ทำแบบทดสอบ เพื่อสอบใบอนุญาตนายหน้าวินาศภัย ท่านสามารถคลิก แบบทดสอบนายหน้าวินาศภัย ออนไลน์ ได้เลยค่ะ
สรุป
หลักในการชดใช้ค่าเสียหาย (Indemnity) ตามกรมธรรม์ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง จ่ายตามมูลค่าที่ตกลงกันไว้หรือตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ต้องไม่เกินมูลค่าที่เอาประกันภัยไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
คำถามที่พบบ่อย : FAQ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล
- ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ รับฟ้องร้องเกี่ยวกับ
Claim ในการประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล - พรบ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ศาลจะใช้พิจารณาข้อพิพาท
ขอผู้รับประกันภัยกับผู้รับขนส่งทางทะเล - หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล คือ
กรมสรรพากร ส่วนที่เกี่ยวข้อง คอ ธนาคารพาณิชย กรมศุลกากร และ
สายเดินเรือ
ในกรณีที่เกิดความสูญเสีย และเกิดความเสียหายที่อาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้เอาประกันภัยพึงปฏิบัติดังนี้
- สำรวจตรวจสอบสภาพสินค้าในทันทีทุกครั้งก่อนรับมอบสินค้า
- ถ้าหากว่าพบสินค้าเสียหายหรือสูญหาย ให้ผู้ขนส่งหรือผู้รับฝากสินค้า ออกหลักฐานระบุความเสียหายหรือทำเป็นหมายเหตุลงในใบรับสินค้าให้ชัดเจน
- กรณีขนส่งด้วยตู้ลำเลียง (Container) ต้องตรวจว่า ตู้ลำเลียง และ Seal มีสภาพเรียบร้อยถูกต้อง ถ้าตู้ลำเลียงหรือ Seal เสียหายหรือเกิดความสูญหาย หรือเป็น Seal อื่นต้องแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักฐานด้วย
- ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้ขนส่งหรือผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทันที
- หากกรณีไม่พบความเสียหายขณะรับมอบ แต่พบในภายหลังต้องทำหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน 3 วัน นับจากวันรับมอบสินค้า
- ในทุกกรณีเมื่อพบสินค้าเสียหายหรือสูญหาย รีบแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบในทันที
ข้อสอบประกันภัยทางทะเลและขนส่งจะอยู่ในหมวดที่ 7 สามารถทดสอบทำ ข้อสอบ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ได้เลยค่ะ คลิก


